[Review] Far Cry 5 ยินดีต้อนรับสู่แดนบ้านนา

ผ่านไปกว่า 4 ปีแล้ว หลังจากที่ Far Cry 4 พาผู้เล่นไปผจญภัยบนหมู่บ้านหุบเขา Kyrat และปล่อยภาค Far Cry Primal มาคั่นเวลาระหว่างนั้น ก็ถึงเวลาแล้วที่ Ubisoft จะปล่อยภาคต่อล่าสุดอย่าง Far Cry 5 ออกมา พร้อมกับพาผู้เล่นกลับสู่ดินแดนอเมริกัน และฉากหลังคราวนี้ก็คือเมือง Hope County รัฐ Montana บนดินแดนอเมริกาของเรานั่นเอง ซึ่งภาคนี้ไม่ได้มาพร้อมกับฉากหลังที่น่าสนใจ แต่ยังเต็มไปด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม ระบบเกมใหม่ และเกมเพลย์ที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็ขอเชิญแฟนๆ PlayUltimate ทุกท่านพบกับรีวิวของเกม Far Cry 5 กันเลยครับ

Far Cry 5 เล่าเรื่องราวของเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่ชื่อว่า Hope County ตั้งอยู่ในรัฐ Montana ของประเทศอเมริกา แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่ว่าเมืองเล็กๆเมืองนี้ถูกควบคุมปกครองโดย Joseph Seed และลัทธิ Eden’s Gate ของเขา ซึ่งคอยทำร้ายผู้คนอยู่ไม่เว้นวัน ไม่ว่าจะเป็นกำจัดคนที่ไม่เห็นด้วย ต่อต้าน หรือใดๆก็ตามแต่ 

ในแต่ละเขตของเมืองนี้ถูกปกครองโดยพี่น้องของเขา John Seed น้องชายคนกลางผู้เผยแพร่ความเชื่อแห่งการตอบรับ (Yes) , Jacob Seed พี่ชายคนโต ทหารผ่านศึกผู้เต็มไปด้วยความรุนแรง และ Faith Seed น้องสาวคนเล็กที่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่ถูกรับมาเลี้ยงและกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Seed เราในฐานะผู้มีอำนาจทางกฎใหม่มือใหม่แกะกล่อง จะพาทุกคนและเมือง Hope County ผ่านวิกฤติการณ์นี้ไปได้อย่างไร ผมขอให้ทุกท่านได้ลองเข้าไปเล่นเกมนี้กันเองนะครับ

นี่คือระบบที่ดูเหมือนจะดี แต่เอาจริงๆกลับไม่มีอะไรมากเท่าที่มันควรจะเป็นกับการสร้างตัวละคร และสร้างเรื่องราวของเราขึ้นมาเอง ซึ่งไม่ค่อยจะตรงกับที่โฆษณาไว้สักเท่าไร เพราะถึงแม้จะได้เล่นเป็นตัวละครที่เราสร้างขึ้นเอง รวมไปถึงเลือกเพศได้ไม่ว่าจะชายหรือหญิง แต่มันก็ไม่ได้ปรับแต่งอะไรได้มากนัก นอกจากเลือกเพศ และเสื้อผ้าโดยรวมเท่านั้น ที่ร้ายไปกว่านั้นนั่นคือภาคนี้จะไม่มีเสียงพากย์ของตัวละครเราอีกด้วย ทำให้ฟีลลิ่งในการเล่นหายไปเยอะพอสมควรเลยทีเดียว 

นอกจากนั้น การโฆษณาว่า สร้างเรื่องราวของคุณเอง ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเกมจะมีตอนจบ หรือเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันไปตามแต่สิ่งที่เรากระทำ เพราะสุดท้ายแล้ว ถึงแม้เกมจะมีตอนจบหลายแบบ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของเราสักเท่าไร และทำให้ Far Cry 5 มีเนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องที่ไม่ค่อยต่างไปจากภาคก่อนๆสักเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยภาคนี้ก็ยังสนุกตรงที่เราต้องต่อสู้กับหัวหน้าถิ่นก่อนที่จะขึ้นไปเจอกับบอสใหญ่อย่าง Joseph นั่นเอง

ในภาคก่อนๆของ Far Cry ทุกภาค การปีนเสาเปิดหอวิทยุ เพื่อเปิดแผนที่ถือเป็นจุดเด่นของเกมในทุกภาค แต่ผู้เล่นส่วนมากก็คงเบื่อกันแล้วกับการปีนเสาในทุกๆภาค ดังนั้นภาคนี้ การที่คุณอยากจะรู้ว่าในพื้นที่นั้นมีอะไรบ้าง คุณจะต้องสืบเอาจากการคุยกับผู้คนในชุมชนนั้นๆ หรือแม้แต่การอ่านป้ายตามข้างถนน ซึ่ง NPC ทุกตัวที่เราคุยมักจะบอกข้อมูลให้เราเสมอ เช่นฐานที่มั่นของศัตรู , จุดซ่อนสมบัติประจำเขต , ท่าเรือ , สัตว์ที่เราล่าได้ เรียกได้ว่าทุกอย่างภายในเกมภาคนี้ เราต้องเป็นคนที่จะต้องออกไปสืบ ไปตามหา ไปสำรวจเองทั้งสิ้น เป็นอีกระบบที่ทำให้เราเถลไถลจนลืมเวลาได้ดีมากๆ เพราะมัวแต่แวะสำรวจโน่นนี่นั่นจนลืมเนื้อเรื่องหลักไปเลยทีเดียวครับ 

การพูดคุยกับประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญในการตามหาเบาะแส

ระบบนี้น่าจะถูกใจเกมเมอร์สายเรื่อยเปื่อยแห่งเกม Open World ที่ชอบไปทำอะไรไร้สาระจนเนื้อเรื่องไม่ไปไหน สุดท้ายก็เล่นไม่จบ และกลายเป็นเกมดอง (ฮา) แต่ในภาคนี้ ตัวเกมจะใช้ระบบนี้เข้ามาช่วยให้ทุกกิจกรรมภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นการช่วยตัวประกัน ยึดฐานที่มั่นคืนจากศัตรู สังหารหัวหน้าผู้นำกลุ่มลัทธิ (ยกเว้นพวกตกปลาหรือกิจกรรมฆ่าเวลา อันนี้จะไม่ได้) จะได้รับ Resistance Point ซึ่งเมื่อสะสมแต้มนี้จนถึงระดับนึง ตัวเกมจะบังคับผู้เล่นเข้าสู่โหมดเนื้อเรื่องโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องให้ผู้เล่นไปกดรับภารกิจเลย ซึ่งแก้ปัญหาการดองเกมได้เป็นอย่างดี และการมาของระบบนี้ ทำให้ผู้เล่นส่วนมากจะใช้เวลาจบเกมเท่าๆกันนั่นคือราวๆ 20-25 ชั่วโมงเท่านั้น เว้นแต่ว่าคุณจะมัวไปไล่ตกปลาจนกินเวลาหนักกว่าเดิม หรือเล่นแบบเก็บครบ 100% เท่านั้นล่ะ

ยังคงขาดระบบสกิลไปไม่ได้สำหรับ Far Cry ในภาคนี้ ซึ่ง Perks ในภาคนี้จะมีวิธีการได้รับที่แตกต่างกัน โดยคุณจะต้องทำ Challenge ภายในเกมให้ผ่านเงื่อนไขถึงจะได้มา เช่น การฆ่าศัตรูด้วยระเบิด การฆ่าศัตรูด้วยปืนไรเฟิล หรืออะไรก็ว่ากันไป เมื่อทำสำเร็จตามเงื่อนไขคุณก็จะได้รับ Perks Point มาไว้อัพสกิล หรืออีกวิธีหนึ่งคือการที่คุณรับภารกิจจำพวกหาสมบัติ โดยภายในถ้ำสมบัติมันจะมีนิตยสาร Perks Point อยู่ด้วย เมื่อเก็บมาก็ได้จะแต้ม Perks ทันที และเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะอัพสกิลอะไรก่อน แต่บางสกิลก็จำเป็นจะต้องเล่นภารกิจหลักให้ผ่านก่อน ถึงจะปลดล็อคมาให้อัพได้ ดังนั้นลองเลือกเส้นทางของตัวเองดีๆตั้งแต่ช่วงต้นเกมดูก่อน เพื่อความสะดวกสบายในการเล่นนะครับ

แม้ว่าเกมนี้จะ Co-op มัลติเพลเยอร์ให้เราเล่นกับเพื่อน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะง่ายเกินไป ถ้าเราเล่นกับคู่หูที่รู้งานกันตลอด จนทำให้เกมง่ายจนทำให้น่าเบื่อไปเลย แต่ในเกมก็ยังมีโหมด Partner หรือคู่หูให้เราเลือกมาช่วยเหลือได้มากถึง 9 คนด้วยกัน (ต้องบอกว่า 6 คนกับอีก 3 ตัวถึงจะถูก) โดยเหล่าคู่หูทั้ง 9 นี้จะแบ่งไปอยู่ในดินแดนของหัวหน้าแต่ละคน ดินแดนละ 3 คนด้วยกัน วิธ๊การก็ง่ายๆ ไปถึงจุดสัญลักษณ์ รับภารกิจมาทำ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าภารกิจจะให้เราทำอะไร และเมื่อทำสำเร็จเราก็จะได้คู่หูคนนั้นมาช่วยเหลือ โดยเราสามารถอัพสกิลเพิ่มความสามารถให้เหล่าคู่หูได้ด้วย นอกจากนั้นคู่หูบางคน ยังมีความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น Stealh แบบเงียบ หรือแม้แต่บู๊อย่างดุดัน และการอัพสกิลยังจะให้เราสามารถพาคู่หูของเราไปได้ 2 คนพร้อมกันอีกด้วย ดังนั้นเราก็ลองเลือกคู่หูของเราให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์จะทำให้เกมเล่นง่ายและท้าทายขึ้นมากครับ

แต่ละตัวจะมีความสามารถต่างกัน 

กล้าพูดเลยว่านี่คืออีกหนึ่งภาคของ Far Cry ที่ทำเนื้อเรื่องออกมาได้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะภาคนี้ที่เกี่ยวข้องกับลัทธิ คำสอนศาสนา รวมไปถึงเกี่ยวกับวันสิ้นโลกที่ทาง Joseph พยายามล้างสมองเหล่าผู้คนภายใน Hope Country ทำให้เนื้อเรื่องนั้นน่าติดตามมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น และบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงยังไง ผมถือว่า Far Cry 5 เป็นอีกหนึ่งภาคที่ทำเนื้อเรื่องออกมาได้ดี และน่าติดตามที่สุดในซีรีส์แล้ว และขอใบ้ไว้ก่อนว่า ตอนจบของ Far Cry 5 นั้นมีทั้งหมดถึง 3 แบบด้วยกัน แต่จะเป็นแบบไหนบ้าง ก็คงต้องให้ผู้เล่นไปติดตามกันเอาเองครับ

ถึงแม้ว่าท้ายแล้วตัวเกมอาจจะไม่ได้ถูกใจเกมเมอร์ทุกคน แต่เชื่อเถอะว่า ณ นาทีนี้ หากเป็นแฟนเกมแนว Shooting Open-World แล้ว ณ นาทีนี้ไม่มีเกมไหนจะเหนือยิ่งกว่าไปแฟรนไขส์ชุดนี้ และหากว่าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ Far Cry ด้วยแล้ว จะไปมีเหตุผลอะไรอีกที่คุณจะไม่เล่นมัน และเชิญทุกท่านพบกับรีวิวเกมอื่นๆได้ในโอกาสหน้านะครับ สำหรับโอกาสนี้ ขอตัวไปกอบกู้ Hope County ก่อนสวัสดีครับ!

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*